golfgy
ไทย

สวรรค์ที่สวนผึ้ง

รีวิว สวิสวัลเลย์ ฮิพ รีสอร์ท

ช่วงที่เข้าพัก:พฤษภาคม 2011
รีวิวเมื่อ:3 มิ.ย. 11
แก้ไขเมื่อ:19 ม.ค. 12
ตอบ/เข้าชม:30 /9796
 
โดยรวม:5
บริการ:
ตำแหน่งที่ตั้ง:
ความสะอาด:
ห้องพัก:
ความคุ้มค่า:
 

 จุดเด่น:

เน้นความเป็นส่วนตัวมาก....เพราะมีแต่คนที่เข้าพักเท่านั้นจึงจะได้ทำกิจกรรมของรีสอร์ท จึงไม่ต้องแย่งกับคนมากนัก และการบริการดีเยี่ยมเลยค่ะ

 จุดด้อย:

ราคาค่อนข้างสูง และถ้าไปวันอาทิตย์เราจะได้ชมแกะแค่วันนี้วันเดียว เพราะวันจันทร์แกะอาบน้ำจะไม่ให้แขกให้อาหาร

 เหมาะสำหรับ:

คู่รัก.....โดยเฉพาะฮันนีมูน และครอบครัวที่ไม่มีเด็กเล็กมาก

ก่อนอื่นต้องขออภัยที่รูปอาจจะออกไม่ค่อยสวย เพราะไม่ได้พิถีพิถันในการลั่นชัตเตอร์ค่ะ เนื่องจากวันที่ไปลูกป่วยเราไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่นัก ตัวร้อนทุก 4 ชั่วโมง ต้องคอยป้อนยาและเช็ดตัวตลอดเวลาเลยค่ะ มีหลายอย่างที่นี่ที่เราต้องการเข้าชมและใช้บริการ แต่ต้องพลาดไปอย่างน่าเสียดาย

แต่ยังไงก็ต้องบอกไว้ก่อนเลยค่ะว่า การมาที่นี่ คุณแทบจะไม่ต้องออกไปนอกรีสอร์ทเลยเพราะแค่กิจกรรมที่ทางรีสอร์ทจัดให้ก็มากมายและฟรีทั้งนั้นเลย ทำให้รู้สึกว่า 2 วัน 1 คืน ที่นี่ ช่างเป็นช่วงเวลาที่น้อยนิดไปเลยล่ะค่ะ

เริ่มต้นที่ด้านหน้ารีสอร์ท เป็นภาพประจำของทุกคนที่ไปเยือนที่นี่แม้ไม่ได้เข้าพักก็สามารถแวะถ่ายภาพที่นี่ได้

มีคนเปิดประตูแต่งตัวอย่างหล่อ พร้อมกับกล่าวข้อความต้อนรับอย่างอบอุ่น ตามสโลแกน "เป็นยิ่งกว่าจุดหมายปลายทาง swiss valley hip resort ยินดีต้อนรับครับ"

ระหว่างทางจากประตูรีสอร์ทด้านหน้า ตอนเข้าไปก็งง นึกว่า check in ที่นี่ เพราะเห็นเขียนว่า welcome ซะด้วย แต่มารู้ตอนขากลับว่านี่คือห้องรับรองของผู้ที่มาถ่าย wedding ค่ะ ส่วนต้นไม้ใหญ่ๆด้านซ้ายตรงนี้มีชิงช้าให้นั่งเล่นอยู่หลายตัวค่ะ เสียดายมากไม่ได้มาใช้บริการเพราะลูกชายป่วยวันนั้นพอดี

ต้นนี้ล่ะค่ะ.......ตอนเย็นๆ ลมเย็นๆ น่านั่งเป็นที่สุดเลยค่ะ ส่วนด้านหลังต้นไม้เป็นไร่องุ่นค่ะ

และแล้วเราก็มาถึง lobby ทางขวามือจะเป็นที่นั่งเล่นตามภาพด้านล่าง ทางซ้ายเป็น coffee shop ค่ะ และมีไวน์องุ่นด้วยค่ะ

และนี่คือบริเวณนั่งเล่นพักผ่อน เมื่อมาถึงจะมี welcome dring เป็นน้ำองุ่นอร่อยชื่นใจจริงๆค่ะ (เสียดายไม่ได้ถ่ายเอาไว้) ลูกชายถูกอกถูกใจพัดลมเพดานของที่นี่มากเลยค่ะ (นี่กำลังมองทะลุเข้าไปดูพัดลมข้างในห้อง office ว่าเหมือนกับข้างนอกเลย ^^ )

แจกันดอกไม้สวยๆใน lobby (คุณลูกกำลังวิเคราะห์ ทิศทางและอัตราการหมุนของพัดลมเพดาน อย่างใจจดใจจ่อ)

อีกฝั่งของ lobby จะเจอกับทัศนียภาพเช่นนี้ค่ะ เป็นดาดฟ้าของห้องอาหาร  คือห้องอาหารจะต้องลงอุโมงค์ไปค่ะ แต่ไม่ลึกนะคะเหมือนบ้านสองชั้น ชั้นนี้เป็นชั้นบน ด้านล่างก็จะเป็นที่เก็บไวน์และห้องอาหารจะอยู่ติดกับเนินเล็กๆ เป็นจุดชมวิวสวยๆอีกจุดหนึ่งค่ะ 

 อีกมุม......ของดาดฟ้า

และนี่คือมุมมองจากดาดฟ้าและห้องอาหารค่ะ ลองคิดดูนะคะ ถ้าคู่รักมาพักที่นี่ ได้รับประทานอาหารเช้าพร้อมบรรยากาศเช่นนี้จะโรแมนติกขนาดไหน ^^ ที่เห็นในภาพทางด้านซ้ายที่มีคนเดิน นั่นคือระเบียงของห้องอาหาร ส่วนสระด้านล่างเป็นที่อยู่อาศัยของหงส์ มีตัวใหญ่สองตัว และตัวเล็กๆน่ารักอีกเป็นฝูงเลยค่ะ

 อีกมุม.....

 

ต่อไปเราจะพาเข้าห้องอาหารแล้วนะคะ.....นี่แหละค่ะทางลงอุโมงค์ห้องอาหาร (หลายคนอาจจะงงว่าทำไมบางภาพสวย บางภาพดูแย่จัง ทั้งสีสันก็ต่างกัน แบบว่าเราใช้กล้องสองตัวนะคะ และไปกันสามคน พ่อ แม่ ลูก แถมลูกชาย(เป็นออทิสติค) ป่วยเป็นไข้ด้วย ซึ่งปกติเค้าจะไม่อยู่นิ่งอยู่แล้วค่ะ ต้องวิ่งจับกันตลอดเลย และยังงอแงอีก เราจึงไม่ได้ใช้กล้อง DSLR ถ่ายได้ทุกจุด บางจุดจึงต้องใช้กล้องคอมแพ็คเก็บภาพมาค่ะ เพราะสะดวกกว่า)

 

ถึงทางลงอุโมงค์แล้วค่ะ ....แต่น แต๊น.....

เมื่อลงมาแล้ว ทางซ้ายมือจะเป็นห้องเก็บไวน์ค่ะ

ทางขวาก็เป็นห้องอาหารค่ะ

บริเวณโต๊ะอาหาร ส่วนหนึ่งจะอยู่ติดกระจก ที่มองเห็นวิวตามที่ลงไว้ให้ดูข้างบนนะคะ เช่น โต๊ะของสองสาวในภาพค่ะ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปแบบชัดๆมาให้ดู เพราะเจ้าเด็กคนนี้ล่ะค่ะ งอแงเหลือเกิน กว่าจะหลอกล่อให้สงบนิ่งได้ เราก็พลอยหมดอารมณ์เก็บภาพไปเลยค่ะ ต้องรีบทานอาหารก่อน ประเดี๋ยวคุณเธอจะปรี๊ด....มาอีกรอบ เกรงใจท่านอื่นค่ะ ^^

กระดิ่งบนโต๊ะอาหาร...ใช้ได้จริงนะคะ ไว้สั่นเรียกพนักงาน แต่เราไม่ได้ใช้ เพราะไม่รู้จะเรียกเค้ามาทำอะไรค่ะ ^^

กลับขึ้นมาด้านบน เพราะเจ้าจอมซนเค้าไม่ยอมอยู่แล้วค่ะ พวงองุ่นบริเวณ lobby ค่ะ 

ของตกแต่งน่ารักๆ ที่นี่เค้าใส่ใจในรายละเอียดทุกจุดเลยค่ะ

ท่าทางเจ้าของที่นี่จะชอบสีม่วงด้วยนะคะ เพราะใช้เป็นสีประจำรีสอร์ทเลย ทั้งชุดพนักงาน สีเบาะของรถกอล์ฟ และโซฟาใน lobby

 ต่อไป...เราจะพาเข้าชมบ้านนะคะ 
 


 
 ถึงบ้านเราแล้วค่ะ.....ทางรีสอร์ทเค้าขับรถคันนี้พาชมรอบๆรีสอร์ทก่อนเข้าบ้านด้วยค่ะ

 

ป้ายหน้าบ้านค่ะพร้อมตู้ไปรษณีย์เก๋ๆ



เราเลือกบ้าน S5 trempanillo ค่ะ เค้าบอกว่าตกแต่งสไตล์สเปนค่ะ แต่ธงหน้าบ้านนั่นมันอิตาลีป่าวคะ อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน (แป่วววววววว) อิอิ

 

 
มีจักรยานจิ๋ว.....เทอร์โบซะด้วย จริงๆทางรีสอร์ทมีจักรยานผู้ใหญ่ให้ขับชมรีอสร์ทฟรีด้วยค่ะ 

เทอร์โมมิเตอร์บอกอุณหภูมิค่ะ

ด้านข้างมีโต๊ะนั่งเล่นและทางขึ้นดาดฟ้าค่ะ

อีกมุมของโต๊ะชุดนี้ค่ะ.....

เอาล่ะค่ะ เข้าบ้านกันซักที......นี่ป้ายชื่อบ้านนี้ภายในบ้านค่ะ

ส่วนแรกของบ้านจะเป็นโซนนั่งเล่นค่ะ มีโซฟาครบชุด และมินิบาร์ โทรทัศน์ ตู้เย็น และแอร์สำหรับห้องนี้ค่ะ (ถ่ายมาอาจจะติดนายแบบนางแบบมาด้วย ต้องขออภัยด้วย คงไม่ว่ากันนะคะ เราอยากให้เห็นในทุกส่วนของบ้านอย่างละเอียดค่ะ)

 โซฟาชุดนี้นุ่มค่ะ นั่งและนอนเล่นสบายดีค่ะ

ของตกแต่งในห้องนั่งเล่นค่ะ เห็นไหมคะว่าเค้าใส่ใจแค่ไหน ......แต่เราก็อดสงสัยไม่ได้ว่าบ้านนี้ต้องมีแดร๊กคูล่าแน่เลย จึงต้องมีหอม-กระเทียมเอาไว้ไล่มัน 555555

หันหลังกลับมาตรงประตู จะมีที่แขวนกุญแจ....

ป้าย wifi

ส่วนประตู เก๋มากค่ะ โดยทั่วไปจะเจาะรูและใส่ตาแมวไว้มองดูข้างนอก แต่ที่นี่เป็นเช่นนี้ค่ะ.....(เก๋ดีค่ะ)

เมื่อมองมาทางด้ายขวาของห้องนั่งเล่น จะเป็นส่วนของห้องนอน ซึ่งจะเจอกับส่วนนี้ก่อนค่ะ คือมุมนั่งเล่นเล็กๆ

ขยับมาทางขวาของส่วนข้างบนจะเป็นตู้เสื้อผ้าค่ะ มีชุดคลุมอาบน้ำ ตู้เซฟ ตะกร้าใส่เสืื้อผ้าใช้แล้ว และเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลด้วยค่ะ

ไม้แขวนน่ารักดีค่ะ ^^

โต๊ะเครื่องแป้งค่ะ จะอยู่ติดกับตู้เสื้อผ้า

กลิ่นลาเวนเดอร์ ห้อม....หอมค่ะ

ด้านในสุดจะเป็นส่วนของเตียงนอนค่ะ......มีน้องแกะน่ารักๆและนุ่มมากอยู่ต้อนรับเรา

 ลองมาถ่ายจากอีกฝั่ง เราจะเป็นว่ามีทีวีให้อีกเครื่องด้วยค่ะ
 


 
นี่คือหมวกที่ทางรีสอร์ทให้เป็นที่ระลึกค่ะ เราไปกันสามคนเค้าจึงให้สามใบค่ะ แต่ไม่ใช่ขนาดของเด็กนะคะ เป็นขนาดผู้ใหญ่เลยค่ะ 0_< แต่ประทับใจมากในความเอาใจใส่ของที่นี่ค่ะ

โทรศัพท์โบราณ.....นี่ไม่ได้มีไว้ตั้งโชว์นะคะ ใช้ได้จริงเลยค่ะ

เราไปแง้มดูห้องน้ำของที่นี่กันดีกว่า......

ใหญ่โตกว้างขวางเลยทีเดียว นี่เป็นส่วนของอ่างล้างหน้าค่ะ จะว่าไปแล้วที่นี่อยู่ในทำเลและการตกแต่งที่เหนือกว่า the scenery ทุกอย่าง ยกเว้นห้องน้ำนี่แหละค่ะ ที่เราว่าสู้ที่ the scenery ไม่ได้ เพราะที่นั่นห้องน้ำเก๋มาก มีทางเชื่อมจากอ่างล้างหน้าเข้าไปยังอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ถึงกับผิดหวังค่ะ เพราะแต่ละที่เค้าก็มีจุดเด่นต่างกันอยู่แล้วค่ะ

มุมกว้างของห้องน้ำค่ะ โถส้วมน่ารักมาก มีสายชำระให้ด้วยค่ะ
 


 

อ่างนี้เราลงแช่ได้สองคนสบายๆค่ะ (เล็กกว่า the scenery เพราะนั่นน่าจะ 4 คนได้เลย)

 



ให้เปรียบเทียบขนาดอ่างกับคนค่ะ ^0^

 

ถ้าใครไม่ชอบลงอ่างก็มีฝักบ้วให้ เป็นทั้ง rain shower ด้วย และฝักบัวสายด้วยค่ะ

 



 ราวพาดผ้า......

ขึ้นไปดูบนดาดฟ้ากันบ้าง.....มีเปลไว้นอนแกว่งไกวรับสายสม

เราไม่ค่อยมีรูปข้างบนมากนัก ลืมถ่ายมารีวิวค่ะ มัวแต่ถ่ายเล่นกันเองซะมากกว่า นี่โต๊ะทานอาหาร dinner ค่ะ

มี day bed ไว้นอนเล่นด้วย แต่นอนตอนเช้าไม่ได้นะคะ น้ำค้างเยอะจนเปียกไปหมดเลยค่ะ นอนดูดาวได้ โรแมนติกมากๆค่ะ


 

ดาดฟ้าในยามค่ำคืน......(ถ่ายมาจาก day bed ค่ะ)


 
แจกันดอกไม้สวยดีค่ะ


 
นี่น่าจะเป็นพระเอกของที่นี่ก็ว่าได้

เราออกไปดูแกะกันดีกว่า........บริเวณด้านหน้ารีสอร์ทค่ะ
 


แต่ละตัวกินกันเก่งมากๆค่ะ เสียดายที่เราได้ดูแกะรอบเดียว เพราะไปวันอาทิตย์ค่ะ ทุกวันจันทร์แกะจะอาบน้ำ เค้าจึงไม่ปล่อยแกะออกมาค่ะ

อีกกิจกรรม ณ ฟาร์มแกะของที่นี่ก็คือ ขี่ม้าค่ะ นี่เป็นสุดสาครกับพระอภัยมณี ขี่ม้านิลมังกร 5555

กลับเข้ามาภายในกันอีกครั้ง จะพาไปสระว่ายน้ำค่ะ

นี่เป็นบันไดทางลงไปสระว่ายน้ำจาก lobby และห้องอาหารค่ะที่อยู่ทางขวามือ

วิวสุดยอดไปเลยค่ะ เหมือนว่ายน้ำกลางขุนเขา เป็นระบบน้ำเกลือน้ำจะอุ่นๆกำลังดี ปลอดภัยกับเด็กๆค่ะ แต่พอตอนเช้าสระจะดูสกปรกหน่อย เพราะกลางคืนที่นี่เปิดไฟเยอะมาก ทำให้มีแมลงในสระเยอะค่ะ ไม่น่าลงเลย ใครจะลงต้องรีบลงในตอนบ่ายๆเย็นๆนะคะ ไม่ร้อนด้วย

นอกจากเตียงรอบๆสระแล้ว ยังมี day bed ไว้ 2 หลังค่ะ

บริเวณที่นั่งเล่นที่มีอยู่ทั่วไปในรีสอร์ทระหว่างบ้านต่างๆ

ไร่องุ่นอยู่บริเวณที่จอดรถ
 


 

จุดชมวิว......




 

 

 
ป้ายด้านหน้ารีสอร์ท ไว้ให้นักท่องเที่ยวแวะถ่ายภาพค่ะ
 

 
ต่อไปเป็นภาพถ่ายวิวเล่นๆจากกล้องคอมแพ็คนะคะ
 

 

บ้าน S4 ข้างๆค่ะ หลังนี้จะโดดเด่นกว่าหลังอื่นตรงที่มี 2 ชั้นค่ะ มีกีตาร์ให้เล่นด้วย แต่ไม่มีดาดฟ้า มีเป็นระเบียง อย่างที่เห็นในภาพค่ะ ซึ่งก็เก๋ไปอีกแบบ โดยห้องนั่งเล่นจะอยู่ข้างล่าง และเตียงนอน ห้องน้ำจะอยู่ด้านบนค่ะ


 

ทางเดินในรีสอร์ท


 

lobby และห้องอาหาร ในระยะไกลๆ


 

มีซุ้มประตูอย่างนี้เยอะมากค่ะ


 กระดาษโน๊ตและดินสอของที่นี่
 


 
ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้นะคะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆคน แม้ภาพจะไม่สวย ต้องขออภัยไว้ด้วย แต่คิดว่าจากรีวิวอื่นๆ คงจะได้เห็นภาพสวยๆกันมาเยอะแล้ว เราพยายามเก็บภาพให้เยอะเพื่อจะมารีวิวได้ละเอียดหน่อย ขาดตกบกพร่องส่วนไหนก็ขออภัยไว้ด้วยนะคะ
 

 

อาจจะยังไม่ครบในส่วนของ ยิงธนู ตีกอล์ฟ ซาวน์น่า ฟิตเนส และกิจกรรมคล้องกุญแจ เหมือนที่เขานัมซานค่ะ อิอิ เพราะเราไม่ได้ใช้บริการ ด้วยเหตุผลที่แจ้งไว้คือลูกป่วยค่ะ จะผลัดกันไปก็เกรงใจสามีที่ต้องดูแลลูกคนเดียว และก็ห่วงด้วยค่ะ เพราะวันนั้นน้องไข้สูงมากเลย ไม่มีจิตใจจะออกไปทำกิจกรรมเท่าไหร่

ซึ่งทางรีสอร์ทก็เอาใจใส่มากเลย พยามยามโทรตามว่า ออกมาให้อาหารแกะได้แล้วนะคะ เดี๋ยวจะให้รถไปรับ พร้อมตอนไหนก็โทรตามได้เลย หรือจะไปทำกิจกรรมอะไรก็แจ้งตลอด แต่เราไม่ได้ใช้เลยค่ะเสียดายๆๆๆเป็นที่สุด ไว้คราวหน้ามีโอกาสจะไปอีกนะคะ.... Bye Bye  Swiss Valeey Hip Resort.....สวนผึ้ง ราชบุรี

  

แก้ไขเมื่อ 19 ม.ค. 12 14:54

พรีเมี่ยมพาร์ทเนอร์

แสดงความคิดเห็น

คู่มือเที่ยว

ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว - เงื่อนไขการใช้
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 AtSiam.com