ATSIAM ชวนคุย
กลายเป็นประเด็นที่คนรักการท่องเที่ยวต้องหันมาขบคิดร่วมกัน เมื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนโพสต์เล่าประสบการณ์ความไม่สะดวกใจขณะเช่าชุดไทยถ่ายภาพ ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร โดยระบุว่าถูกกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวเป็นช่างภาพเจ้าถิ่นแสดงกิริยาไม่เหมาะสมและพยายามขัดขวางจังหวะการบันทึกภาพเพื่อกันพื้นที่ให้ลูกค้าตนเอง เหตุการณ์นี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่คนไทยต้องร่วมกันแก้ไขเพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวให้งดงามสมกับเป็น “สยามเมืองยิ้ม” ครับ
ไฮไลต์สำคัญ : คำชี้แจงจากทางวัด
- กรณีพิพาทระหว่างช่างภาพ : คณะกรรมการวัดอรุณฯ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงว่า เหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นกรณีพิพาทกันระหว่างช่างภาพกับช่างภาพด้วยกันเอง
- มิใช่การไล่นักท่องเที่ยว : ทางวัดยืนยันว่ามิใช่การที่ช่างภาพไปไล่นักท่องเที่ยวตามที่ปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดียแต่อย่างใด
- ดำเนินการตามระเบียบ : คณะกรรมการวัดมีมติให้กำหนดโทษแก่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายตามระเบียบข้อบังคับของวัดอย่างเคร่งครัด ซึ่งคู่กรณีได้รับทราบและยินยอมปฏิบัติตามแล้ว
แนวทางสร้างภาพลักษณ์ที่ดีทางการท่องเที่ยวร่วมกัน
เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างยั่งยืน เราสามารถช่วยกันสร้างบรรยากาศที่น่าประทับใจได้ดังนี้
- การจัดการพื้นที่ที่เป็นธรรม : แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์คือมรดกของมวลมนุษยชาติ การให้เกียรติซึ่งกันและกันในพื้นที่สาธารณะจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศชาติ
- ส่งเสริมความรู้คู่มรรยาท : นอกจากการบันทึกภาพที่สวยงามแล้ว การเรียนรู้อัตลักษณ์และคุณค่าของสถาปัตยกรรมจะช่วยให้นักท่องเที่ยวเกิดความซาบซึ้งยิ่งขึ้น สามารถศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าได้ที่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
- เป็นเจ้าบ้านที่ร่วมสอดส่อง : แม้ปัญหาที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงกรณีส่วนน้อย แต่เราต้องไม่นิ่งนอนใจ เช่นเดียวกับกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เข้าจัดการขบวนการที่พักทิพย์ในอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เพื่อปกป้องสิทธิของนักท่องเที่ยว
สรุป
ศิลปะที่งดงามที่สุดของวัดอรุณฯ ไม่ได้อยู่ที่เพียงเครื่องกระเบื้องเคลือบสีสันวิจิตรบนองค์พระปรางค์เท่านั้น แต่อยู่ที่ “มิตรไมตรี” และการให้เกียรติกันในพื้นที่สาธารณะครับ การร่วมกันแก้ไขและป้องกันพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจะช่วยให้การท่องเที่ยวไทยยังคงครองใจนักเดินทางทั่วโลกได้อย่างยั่งยืน
“ความสวยงามของสถานที่จะตราตรึงใจยิ่งขึ้น หากมาพร้อมกับการต้อนรับที่อบอุ่นและมีมรรยาท”
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
คณะกรรมการวัดอรุณราชวราราม (ชี้แจงเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569)











